1. พูด/เขียนภาษาญี่ปุ่นยังไงให้ดูฉลาด
สวัสดีค่ะทุกคน
ถ้าไม่นับบล็อกแนะนำตัวของเรา บล็อกนี้ก็เป็นบล็อกแรกที่เราเขียนในวิชา App JP Ling ค่ะ เย้ ๆ
เราเข้าไปเรียนคาบแรก ก็พบว่า เพื่อน ๆ ทุกคนในคลาสกำลังเรียนเรื่อง "เทคนิคการพูดหรือเขียนอย่างไรให้ชาญฉลาด" กันค่ะ ฟังดูน่าสนใจใช่มั้ยละคะ
เนื่องจากเราเข้าไปเรียนกลางคัน เลยเป็นที่น่าเสียดายว่าเราพลาดเนื้อหาในช่วงแรกไปค่ะ แต่จากที่ไปไล่ดูสไลด์ ชีทที่อาจารย์ลงไว้ให้ใน Blackboard ประกอบกับตามอ่านบล็อกที่เพื่อนเขียนกันเอาไว้ ก็ทำให้ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างเลยค่ะ ว่าการที่เราจะสามารถพูด เขียนออกมาได้ดูฉลาดนั้น นอกจากจะมี "เนื้อหา" (内容) ที่ดีแล้ว "การใช้ภาษา" (表現) เองก็เป็นส่วนสำคัญเช่นกันค่ะ
ก่อนอื่น "เนื้อหาที่ดี" ต้องเป็นอย่างไร?
ก็คงต้องมี การอ้างอิงถึงหลักฐาน (根拠) มีการยกตัวอย่างประกอบ (例) มีแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ (引用) และอื่น ๆ อีกมากมาย
ซึ่งที่จริงก็มีหลายประเด็นเลยค่ะ แต่คำที่สะดุดหูเรามากที่สุด
「多面的」 "ลองมองหลายๆมุม"
เรื่องการมองหลาย ๆ มุมนี้เองเป็นเรื่องเราคิดไม่ถึงมาก่อนเลยค่ะ ก่อนหน้าที่จะมาเรียน ก็เคยคิดแค่ว่า ถ้าเนื้อหาที่เราพูดหรือเขียนมีหลักฐานที่มีความเป็นเหตุเป็นผลมาสนับสนุน มีการอ้างอิงจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ ก็ทำให้เนื้อหาเราดูฉลาดได้แล้ว
แต่ว่า พอมาลองดูดี ๆ แล้ว "การมองหลาย ๆ มุม" ก็เป็นเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งเหมือนกันค่ะ
โดยส่วนตัว คิดว่าการที่เราแสดงความคิดเห็นจากหลายมุมมอง มันทำให้เราดูเป็นคนที่ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นด้วย ไม่ใช่เอาแต่ความคิดของตัวเองฝ่ายเดียว ซึ่งทำให้เราดูเท่ ดูฉลาดขึ้นมาทันทีเลยว่ามั้ยคะ
ถ้าให้พูดถึงความเปลี่ยนแปลงของเราระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน
ตอนแรกที่อาจารย์ให้เราอ่านเรื่องของ Mさん ในห้อง ความคิดแรกที่เข้ามาในหัวเราเลยก็คือ การกระทำของบริษัทนั้นไม่แฟร์ต่อMさんเอาซะเลย ซึ่ง ณ ตอนนั้นเราไม่ได้มองถึงมุมของบริษัทเลยค่ะ
แต่พออาจารย์พูดถึงเรื่องการมี多面的 เราก็เริ่มที่จะลองคิดถึงมุมมองฝั่งบริษัทดูค่ะ ซึ่งก็พบว่าฝั่งบริษัทเองก็มีเหตุผลที่ไม่ยอมรับMさんเข้าทำงานเหมือนกัน
พอได้ลองเขียนความคิดเห็น โดยมองจากทั้งมุมมองของ Mさんและมุมมองของบริษัท ก็รู้สึกว่า เราได้คิดไตร่ตรองในหลาย ๆ แง่มุมมากขึ้น ทำให้ความคิดเห็นของเราดูใจกว้าง มองหลายแง่มุมดี แถมยังดูฉลาดด้วยค่ะ
จากนี้ไปไม่ใช่เฉพาะแค่เวลาแสดงความคิดเห็น แต่รวมถึงในชีวิตประจำวันด้วย เราจะพยายามมองสิ่งต่าง ๆ รอบตัวจากหลาย ๆ มุมมอง ไม่ใช่เฉพาะแต่มุมมองของตัวเองแต่ฝ่ายเดียว
ต่อมาก็คือ เรื่อง "การใช้ภาษา"
ประเด็นเรื่องการใช้ภาษาก็มีหลายเรื่องที่น่าสนใจเลยค่ะ เช่น การใช้ 漢語 (คำญี่ปุ่นที่ยืมมาจากจีน ) 外来語 (คำยืมภาษาต่างประเทศ) Collocation หรือแม้แต่การเลี่ยงการใช้คำที่สื่อความไปในแง่ลบ
แต่เรื่องที่เราจะยกมาพูดในวันนี้ก็คือ
พูดให้ซอฟท์ลงด้วย「クッション言葉」
เรื่อง クッション言葉 สำหรับเราและเพื่อน ๆ เอกญี่หลายคนคงจะไม่ใช่เรื่องใหม่สักเท่าไร
ติดอยู่แค่ว่าต้องหัดใช้ให้ติดเป็นนิสัยเสียมากกว่า ด้วยความที่ภาษาไทยไม่ค่อยมีการใช้คำพวกนี้ ทำให้พวกเรามักจะละเลยเวลาต้องพูดภาษาญี่ปุ่นอยู่บ่อย ๆ เลยละค่ะ
เนื่องจากช่วงที่สอนเรื่องการใช้ภาษา เรายังไม่ได้เข้ามาเรียน ก็เลยอาจจะไม่ได้ทำกิจกรรมในห้อง ทำให้ไม่มีผลงานมาเปรียบเทียบ
ดังนั้น!! เราจึงไปเอางานเขียนเราเมื่อเทอมที่แล้วมาเปรียบเทียบแทนค่ะ
งานนี้เป็นงานของวิชา Adv JP Writ เป็นงานที่เรียกว่า Group Discussion แต่เพราะดันมาอยู่ในวิชาเขียน มันจึงออกมาในรูปแบบของ 作文 ค่ะ (งงมั้ย555)
満員電車を減らすためにはどうしたらいいか
リンさんがおっしゃった鉄道線路を拡張することは将来的なことを考えれば、確かに効果的な解決法だと思いますが、タカダさんのご意見にもありましたが、時間もお金もかかり、いろいろな条件があるので、すぐに実現はできなません。続きまして、マーチさんの車両を増やすという意見ですが、リンさんがおっしゃったように、車両を増やすのは駅のホームのスペースも考えないといけないことですね。私はその問題についていいアイディアを思いつきました。それは2階建ての列車です。2階建ての列車なら、ホームを伸ばす必要なく、電車のスペースを増やせるのではないかと思います。もちろん、そういう電車を造るのはお金がかかりますが、ホームを伸ばす工事よりましなのではないでしょうか。また、タカダさんがおっしゃったフレックスタイム制度も面白そうですね。私もその制度が実現できれば、満員電車が減ると考えます。その意見を聞いて、もう一つのアイディアが出てきました。それは在宅勤務です。現在はパソコンさえあれば、いつでもどこでも仕事できる時代です。職場に通勤する必要がなければ、自宅で仕事をすることで電車の乗客が減るでしょう。でも、この企画についてはフレックスタイム制度と同じく企業の協力が必要ですが、タカダさんと同じく「少しの変化でも、将来はきっと実現できる」という思いを持っているので、この方法が効果的なのではないかと思います。
ผลปรากฏว่า...
.
.
.
ในงานของเรามีการใช้ クッション言葉 ค่ะ (โล่งอก555)
แต่ช้าก่อน!!! สังเกตเห็นอะไรมั้ยคะ
.
.
.
ใช่แล้วค่ะ เรารู้สึกว่าการใช้ クッション言葉 ของเราน้อยมาก และยังไม่หลากหลายพอค่ะ
จากที่เราลองไปดูงานครั้งอื่นๆ ก็พบว่า มีการใช้ クッション言葉 ซ้ำ ๆ เดิม ๆ ค่อนข้างเยอะเลยค่ะ
พอเทียบกับตัวอย่าง クッション言葉 ในสไลด์อาจารย์แล้ว ก็รู้สึกว่า จริง ๆ แล้ว มันมี クッション言葉 ให้เลือกใช้อีกหลายแบบเลยนะ ที่อาจารย์ยกมาสอนในห้องก็อย่างเช่น
- 個人的な意見ですが、
- 一つ私の意見を言うと、
- どちらかというと賛成ですが、部分的に䛿反対という点もあります。
- 私の理解不足かもしれませんが、
- 私が聞き漏らしてしまったかもしれませんが、
- おっしゃることはよく理解できるのですが、
- せっかく勧めてくださったのに恐縮ですが、
ดังนั้น จากนี้ไปเวลาใช้ภาษาญี่ปุ่น ต้องให้ความสำคัญกับการใช้ クッション言葉 ให้มากขึ้น และคงต้องศึกษา クッション言葉 ในแบบต่าง ๆ และใช้ให้หลากหลายมากขึ้นค่ะ
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ เพื่อน ๆ คนไหนมีเคล็ดลับดี ๆ ที่จะทำให้เราพูด/เขียนได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น ก็มาลองแชร์กันได้นะคะ
ไว้เจอกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ またねー!!



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น