10. まとめ:APP JP LINGから学んだこと

悲しいことに今回が最後のApp JP Lingブログになります。
ในที่สุดก็มาถึงบล็อกสุดท้ายที่เราจะเขียนในฐานะวิชา App JP Ling แล้วนะคะ (พูดแล้วเศร้า T T)

いろいろな表情の猫のイラスト「泣き顔」

เนื่องด้วยบล็อกในวันนี้จะเป็นบทสรุปของบล็อกที่เราเขียนในวิชา App JP Ling โดยเราจะมาย้อนดูกันค่ะว่า เราได้ทำอะไรไปบ้าง และได้อะไรบ้างจากวิชานี้ผ่านการ 振り返りบล็อกที่เราเขียนทั้งหมดค่ะ

ก่อนอื่น ขอพูดถึงความรู้สึกที่ได้เขียนบล็อกในวิชานี้ก่อนนะคะ พอได้มาลองเขียนบล็อกเอง ก็รู้สึกเลยว่า "กว่าจะออกมาเป็นบล็อกดี ๆ บล็อกนึงเนี่ยมันยากมากเลยนะ"

การจะเขียนบล็อกออกมาให้คนอ่าน ก่อนอื่นเราต้องคิดก่อนว่า เราจะเขียนหรือนำเสนออะไร พอได้หัวข้อแล้ว เราก็ต้องไปหาข้อมูลมา พออ่านข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่งมาแล้ว ก็ต้องเอามาสรุป ย่อยให้ผู้อ่านอีกทีนึง และที่ยากกว่านั้นคือ จะเขียนยังไงให้ผู้อ่านได้ทั้งความรู้และรู้สึกสนุกไปด้วย

แต่โดยรวมแล้ว เราสนุกทุกครั้งที่หาเรื่องมาเขียนนะคะ ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะเรารู้สึกสนใจเรื่องที่เขียนอยู่แล้วด้วย และจะดีใจมากเวลาที่มีคนมาคอมเมนต์ตอบในบล็อกที่เราเขียน

ในวิชานี้ เราเขียนบล็อกไปทั้งหมด ถ้ารวมบล็อก まとめ ที่กำลังเขียนอยู่นี้ จะได้ 10 บล็อกพอดีค่ะ (ไม่นับบล็อกแนะนำตัว)

1. พูด/เขียนภาษาญี่ปุ่นยังไงให้ดูฉลาด
บล็อกนี้จริง ๆ เป็นการบ้าน (ชิ้นแรกของเรา) เป็นการสรุปหลังการเรียนเรื่องการพูดหรือเขียนอย่างไรให้ชาญฉลาด ซึ่งเราเลือกหัวข้อ การมองหลาย ๆ มุม (多面的) และการใช้ クッション言葉 มาเขียนในครั้งนี้ค่ะ

2. How to เล่าเรื่องยังไงให้เหมือนคนญี่ปุ่น
บล็อกนี้สืบเนื่องจาก Task Story Telling ที่ทำในคลาส ในบล็อกนี้จะเป็นการเล่าเกี่ยวกับ Task Story Telling ที่ทำ และการหา gap เพื่อเปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่างการเล่าเรื่องของเรากับของคนญี่ปุ่น

3. 「見送る」แปลว่า "ไปส่ง" ไม่ใช่เหรอ?
บล็อกนี้เป็นบล็อกแรกที่เราคิดเรื่องขึ้นมาเขียนเองค่ะ ซึ่งเกิดจากการเห็นสิ่งรอบตัว อย่างเช่น ประกาศในอินเทอร์เน็ต ทำให้เราเกิดความสงสัย และนำไปศึกษาต่อค่ะ ใครอยากรู้ว่า 「見送る」แปลว่าอะไรได้อีก อย่าลืมกดเข้าไปดูบล็อกนี้นะคะ

4. "ผิดด้วยเหรอที่ไปไม่ได้?" 「行けない」って言うのはなんでダメなの?
บล็อกนี้ก็เช่นเดียวกันกับบล็อกที่แล้ว เป็นบล็อกที่มีจุดเริ่มต้นมาจากความสงสัยของเราเอง และในบล็อกนี้ก็ได้มีการเชื่อมโยงกับสิ่งที่เรียนในคลาสอย่างเรื่อง การมองหลาย ๆ มุม (多面的) และการปรับคำพูดให้ฟังดู positive

5. 「空想作文」を書いてみた!
เป็นอีกบล็อกนึงที่เขียนมาจาก Task ที่อาจารย์ให้ทำ ซึ่งเป็น Task สุดท้ายของการเรียนในคลาสนี้ ในบล็อกนี้เราสรุปทุกอย่างตั้งแต่การเริ่มต้นวางโครงเรื่อง ไปจนถึงการปรับแก้คำศัพท์ และไวยากรณ์ที่ผิด ถ้าจะพูดสั้น ๆ ก็คือ เป็นบล็อกที่มี 内省 เน้น ๆ เลยค่ะ

6. 褒め言葉に対する返答:บอกลาวิธีการตอบคำชมแบบเดิม ๆ
ตั้งแต่บล็อกนี้เป็นต้นไป เราก็เริ่มกลับมาเขียนบล็อกตามใจฉันอีกครั้ง ซึ่งก็เหมือนเดิมค่ะตรงที่มันเริ่มต้นจากความสงสัยของเราก่อน แล้วพอได้ไปค้นคว้าศึกษามาแล้ว ก็อยากเอามาแชร์ให้ทุกคนได้รู้ด้วย ใครอยากรู้วิธีการตอบคำชมที่เหนือกว่าการตอบว่า 「いえ、まだまだです」ห้ามพลาดบล็อกนี้เลยนะคะ

7. สร้างจังหวะให้งานเขียนด้วย 体言止め
ถ้าทุกคนยังจำกันได้เราเคยพูดถึงเทคนิค 体言止めไปในบล็อกที่เขียนเรื่อง Task 空想作文 ตอนแรกมันเริ่มมาจากความสนใจของเราก่อน และต่อมาเราอยากแชร์ให้คนอื่นได้รับรู้ด้วย จึงเกิดเป็นบล็อกนี้ขึ้นมานั่นเองค่ะ

8. อยากพูดญี่ปุ่นเก่ง ๆ ทำไงดี?
บล็อกนี้จริง ๆ แล้วเป็นบล็อกที่ไม่ได้อยู่ในแพลนว่าจะเขียนตั้งแต่แรกนะคะ (อ้าว5555) มันเกิดจากเราได้ดูคลิปใน Youtube ที่เรายกมาในบล็อก แล้วคิดถึงสิ่งที่เรียนในวิชา App JP Ling พอดี ประกอบกับ เรายังไม่เคยเขียนบล็อกเกี่ยวกับทฤษฎีภาษาศาสตร์ที่เรียนในคาบเลย เราจึงตัดสินใจเขียนบล็อกนี้ขึ้นมาค่ะ

9. เคล็ดลับการจำคันจิแบบเด็กญี่ปุ่น
สารภาพก่อนเลยว่า จุดเริ่มต้นจริง ๆ ของบล็อกนี้มันมาจากเพลงค่ะ5555 ส่วนตัวคิดว่าเพลงที่ยกมามันมีความน่าสนใจในตัวมันเองอยู่แล้ว แต่เราไม่ค่อยอยากเอาเพลงมาแปะทื่อ ๆ (ไม่งั้นมันจะกลายเป็นบล็อกสนองนี๊ดตัวเอง100%) เลยไปค้นคว้าเพิ่มจนได้ข้อมูลดี ๆ มานำเสนอให้เพื่อน ๆ ค่ะ (ขายเพลงคู่ความรู้นั่นเอง5555)

ที่จริงตอนแรกก็แอบกังวลว่า เราเข้ามาเรียนทีหลังจะตามคนอื่นทันมั้ยนะ แต่เราก็ตั้งเป้ากับตัวเองไว้ว่า "ไม่ว่ายังไง ก็จะเขียนให้ได้ถึง 10 บล็อกให้ได้" อาจจะมีหยุด ๆ ไปบ้าง ช่วงที่ยุ่ง ๆ แต่จะพยายามไม่ให้เกินสองอาทิตย์ตลอด และในที่สุด เป้าหมายที่ตั้งไว้ก็ทำสำเร็จในบล็อกนี้จนได้ค่ะ

จากที่อาจารย์บอกว่า วิชานี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ตัวเราซึ่งเป็นผู้เรียนเกิด 内省 หรือ การหันกลับมามอง เพื่อประเมินตัวเราเอง เวลาทำ Task ที่ได้รับมอบหมายแต่ละชิ้น ทำให้เราได้หันกลับมามองตัวเองว่า เรายังขาดอะไร และต้องพัฒนาด้านไหนเพิ่มขึ้น เช่น Task แรก ๆ ที่เราได้ทำ อย่าง Story Telling เรารู้สึกว่า เรายังเล่าเรื่องได้ไม่ดีพอ ยังไม่เข้าใจว่าควรเปิดเรื่อง และจบเรื่องยังไง จนมาถึงตอนที่แต่งเรื่องผีในคาบกับเพื่อน ๆ ในกลุ่ม ตอนนั้นก็ได้คอมเมนต์มาว่า "เรายังใช้การจบเรื่องแบบเดาทางได้" เราก็นำ Feedback นั้นกลับมาปรับปรุงใน 空想作文 ซึ่งความพยายามของเราก็ส่งผลให้ 空想作文 ของเราได้รับคำชมจากอาจารย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกประสบความสำเร็จมากกับคลาสนี้ เย้

嬉しい表情の女性のイラスト(6段階)

นอกจากนี้เรายังต้องมีความใส่ใจต่อ 相手 (ผู้อ่าน) และ 他者貢献 ต้องมีความอุทิศตน เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ดังนั้น ทุกครั้งที่เราเขียนบล็อก เราจะคำนึงถึงจุดนี้ตลอดเลยค่ะ "ไม่ใช่แค่เขียนสิ่งที่เราอยากเขียน แต่สิ่งที่เราเขียนต้องมีประโยชน์ต่อผู้อื่นด้วย"

ก่อนหน้าที่เราจะมาลงวิชานี้ เราเคยเสิร์ชหาข้อสงสัยเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่น แล้วได้มาเจอกับบล็อกวิชา App JP Ling ของรุ่นพี่ปีก่อน ๆ นอกจากเราจะได้ความรู้จากบล็อกนั้นแล้ว ยังทำให้เรารู้สึกว่าวิชานี้น่าสนใจ และคิดไว้ว่าจะต้องลงเรียนวิชานี้ให้ได้ ในวันข้างหน้า ถ้ามีคนที่ผ่านมาเจอบล็อกเรา และบล็อกที่เราเขียนเป็นประโยชน์ให้กับเขา เราจะดีใจมาก ๆ เลยค่ะ


อยู่ ๆ ก็เข้าโหมดจริงจังซะงั้น (เขิน) 55555 
スーツを着た女性のイラスト(照れる顔)


งั้นเอาเป็นว่า ถ้ามีใครมาถามเราว่า "ลงวิชา App JP Ling ดีมั้ย" เราก็จะเชียร์ให้ลงอย่างไม่ลังเลเลยค่ะ ก็แหมวิชาดีขนาดนี้ แถมอาจารย์ยังน่ารัก เอาใจใส่นิสิตทุกคนอยู่เสมออีก ใครไม่ลงคือพลาดมาก55555

สุดท้ายนี้ ถึงแม้ว่าในตอนแรกเราจะบอกว่าบล็อกนี้จะเป็นบล็อกสุดท้าย แต่ว่า!!! (เลื่อนกลับไปอ่านใหม่อีกครั้งค่ะ) เราบอกไปว่า "บล็อกสุดท้ายที่เราจะเขียนในฐานะวิชา App JP Ling"

เรายังอยากเขียนบล็อกต่อไปค่ะ หลังจากนี้ถ้าเจอเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับญี่ปุ่นหรือภาษาญี่ปุ่นก็คงเอามาเขียนในบล็อกนี้ แล้วก็จากบล็อกก่อนหน้าที่แปลเพลงไป (ซึ่งแปลไม่จบ) ก็เลยว่าจะลอง チャレンジ ตัวเองด้วยการแปลเพลงค่ะ ยิ่งเพลงของ 風男塾 มีหลายเพลงที่เนื้อหาดีมาก ๆ เลย และยังไม่มีคนแปลด้วย ก็เลยว่าช่วงที่ว่าง ๆ นี้จะลองแปลดูค่ะ

それでは、またねー

ความคิดเห็น

  1. จริงหรือคะ จะเขียนต่อใช่ไหม ยอดเยี่ยมมาก ถ้าเขียนไปเยอะๆแล้วเอามารวบรวมพิมพ์ขายน่าจะดีนะคะ (เหมือนมีสรุปเทคนิค...ต่างๆเยอะดี คนน่าจะชอบ) ขนาดมาเรียนไม่กี่ครั้ง ยังเขียน blog ได้ตั้งสิบครั้งแน่ะ เก่งจริงๆ ธีมก็มีหลากหลายและน่าสนใจค่ะ ที่ครูประทับใจที่สุดคือการเขียน 内省 ในงาน 空想作文 ค่ะ เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมมาก และสำหรับคนที่จะเป็น ”นักเขียน”ต่อไปจะได้เรียนรู้เยอะเลยถ้ามาอ่าน blog นี้ ขอบคุณที่มาเรียนนะคะ

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

2. How to เล่าเรื่องยังไงให้เหมือนคนญี่ปุ่น

4. "ผิดด้วยเหรอที่ไปไม่ได้?" 「行けない」って言うのはなんでダメなの?

9. เคล็ดลับการจำคันจิแบบเด็กญี่ปุ่น